อากาศที่ร้อนทำให้ เกิดกลิ่นกายได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้นน้ำหอมที่ใช้ควรมีคุณสมบัติ ที่เข้มข้นและติดทนนาน ตามลักษณะดังนี้ค่ะ
ประเภทของน้ำหอม:
น้ำหอมประเภท Eau de Parfum (EDP) จะมีความเข้มข้นสูง (ประมาณ 15-20%) จึงติดทนนานกว่าประเภทอื่น ๆ
น้ำหอมประเภท Parfum หรือ Extrait de Parfum มีความเข้มข้นสูงสุด (ประมาณ 20-30%) จึงติดทนได้นานที่สุด
ส่วนผสมของน้ำหอม:
น้ำหอมที่มีส่วนผสมของกลิ่นฐาน (Base notes) ที่หนักแน่น เช่น มัสก์ (Musk), วานิลลา (Vanilla), ไม้จันทน์ (Sandalwood) หรืออำพัน (Amber) มักจะติดทนนานกว่าน้ำหอมที่มีส่วนผสมของกลิ่นสดชื่น เช่น ซิตรัส (Citrus) หรือดอกไม้ (Floral)
วิธีการใช้น้ำหอม:
การฉีดน้ำหอมบนผิวที่ชุ่มชื้น เช่น หลังอาบน้ำ หรือทาโลชั่น จะช่วยให้น้ำหอมติดทนนานขึ้น
การฉีดน้ำหอมบริเวณจุดชีพจร เช่น ข้อมือ, ข้อพับแขน, หรือลำคอ จะช่วยให้กลิ่นหอมกระจายตัวได้ดีและติดทนนานขึ้น

ตัวอย่างน้ำหอมที่ขึ้นชื่อเรื่องความติดทน:
* CHANEL Chance Eau Tendre Eau De Parfum
* Giorgio Armani Si Passione Intense Eau De Parfum
* Yves Saint Laurent Libre Eau de Parfum




