
ยุคนี้เรื่องความเท่าเทียมมันสะท้อนออกมาในขวดน้ำหอมชัดเจนมาก จนกลายเป็นยุคของ Gender-Free หรือน้ำหอม Unisex แบบเต็มตัวไปแล้ว แบรนด์ต่างๆ เขาเลิกตีตราว่ากลิ่นนี้ "สำหรับผู้ชาย" หรือ "สำหรับผู้หญิง" แต่หันมาดีไซน์กลิ่นให้เป็นงานศิลปะที่ใครก็ใช้ได้ ความลับที่ทำให้กลิ่นเหล่านี้น่าหลงใหลที่สุดก็คือ Skin Chemistry หรือเคมีบนผิวของแต่ละคนพอน้ำหอมกลุ่มนี้ไปสัมผัสกับผิวที่แตกต่างกัน กลิ่นมันจะค่อยๆ เปลี่ยนและปรับตัวจนกลายเป็นกลิ่น "เฉพาะตัว" ของคุณคนเดียวเท่านั้น เรียกว่าต่อให้ฉีดขวดเดียวกันกับเพื่อน กลิ่นที่ออกมาก็อาจจะเท่คนละสไตล์เลยล่ะ
น้ำหอมยูนิเซ็กซ์ ยี่ห้อไหนดี
กำลังมองหาน้ำหอม Unisex ที่ฉีดได้ทุกเพศ กลิ่นมีเอกลักษณ์ และใช้ได้จริงในหลายโอกาส นี่คือ 5 กลิ่นคัดมาแล้วว่า "ตัวตึง" ของวงการ
1. Wood Sage & Sea Salt Jo Malone London

Feeling: "เดินเล่นริมชายหาดในวันฟ้าครึ้ม" นี่คือน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นอิสระ กลิ่นจะไม่ใช่น้ำทะเลแบบสดชื่นจัดๆ แต่จะออกไปทาง เค็มจางๆ ของเกลือทะเล ผสมกับความอุ่นของ Woody (เนื้อไม้) และความนุ่มนวลของ Sage กลิ่นนี้สุภาพมาก ใช้ง่าย และเป็น Unisex ที่ใครฉีดก็ดูเป็นคนใจดี
2. On A Date Maison Martin Margiela

Feeling: "เดทมื้อค่ำในไร่องุ่นยามพระอาทิตย์ตก"
กลิ่นนี้โรแมนติกสมชื่อ เปิดมาด้วยความหวานฉ่ำของ องุ่นและเหล้าไวน์ (Blackcurrant Liquor) ตามด้วยกลิ่นดอกกุหลาบที่ดูหรูหรา และตบท้ายด้วยความเซ็กซี่ของ Patchouli (พิมเสน) กลิ่นจะมีความเย้ายวน มีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่กำลังมีความรัก
3. Sauvage Dior

Feeling: "ชายหนุ่มมาดเท่ ดิบ ดุดัน แต่เนี้ยบ"
หนึ่งในน้ำหอมผู้ชายที่ดังที่สุดในโลก! กลิ่นเปิดจะมีความซ่าของ มะกรูด (Bergamot) และความเผ็ดร้อนของ พริกไทย ตามด้วยกลิ่นสะอาดๆ ของ Ambroxan ให้ลุคที่ดูมั่นใจ มีพลัง และกระจายตัวได้ดีมาก
4. Fleur de Peau Eau de Parfum Diptyque

Feeling: "กลิ่นผิวสะอาดๆ หลังอาบน้ำที่ละมุนที่สุด" คำว่า Fleur de Peau แปลว่า "ดอกไม้บนผิว" กลิ่นเด่นคือ Iris (ดอกไอริส) และ Musk ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นแป้งเด็กราคาแพง หรือกลิ่นกระดาษสะอาดๆ เป็นกลิ่นที่ "สะอาดแต่เซ็กซี่" แบบแนบเนื้อ ดูเป็นคนสะอาดโดยธรรมชาติ ไม่ได้พยายามปรุงแต่ง
3. Baccarat Rouge 540 Maison Francis Kurkdjian

Feeling: "ความหรูหราที่ดูรวยและมีมิติ"
กลิ่นนี้คือตำนาน หลายคนนิยามว่ากลิ่นเหมือน "สายไหมที่ทำจากทองคำ" มีความหวานแบบน้ำตาลไหม้ (Burnt Sugar) ผสมกับความโปร่งของดอกมะลิและหญ้าฝรั่น (Saffron) กลิ่นมีความเป็นเอกลักษณ์สูงมาก ดูแพง และติดทนนานข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียว
